เที่ยวนาเฮียใช้ จ.สุพรรณบุรี ศึกษาพันธุ์ข้าว สัมผัสวิถีเกษตร

79

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย – นาเฮียใช้


นาเฮียใช้ หรือศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่รวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในวิถีของเกษตรกรที่ทรงคุณค่าให้ได้ศึกษาและเรียนรู้

ชวนไปท่องเที่ยวสัมผัสจิตวิญญาณของชาวนาไทย ควบคู่ไปกับการเรียนรู้วิถีชีวิตการเกษตร ณศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ นาเฮียใช้ พื้นที่เกษตรน่าเรียนรู้ขนาดใหญ่ ที่โดดเด่นน่าเข้าไปสัมผัสด้วยภาพแปลงนารูปสวยในมุมสูง ๆ เป็นจุดท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนจังหวัดสุพรรณบุรี แต่ก่อนจะไปเที่ยวชมที่นี่ลองไปทำความรู้จักกับข้อมูลที่เรานำมาฝากกันก่อนดีกว่าค่ะ

79-1

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย – นาเฮียใช้

ก่อนจะมาเป็น…นาเฮียใช้

ในอดีตบิดา-มารดาของเฮียใช้มีพื้นเพเดิมมาจากหมู่บ้านเซ่งจิว ตำบลโคยหน่ำ อำเภอเก๊กเอี๊ย จังหวัดซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2468 เนื่องจากเกิดสภาวะฝนแล้งติดต่อกัน 3 ปี จึงได้ตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดโดยทางเรือ มาอาศัยอยู่ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) และย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่บ้านป่าสำดำ ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่ บ้านสะแกย่างหมู อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยอาศัยที่ดินของพ่อตู้ขุน แม่ตู้คำ กุณฑา

เมื่อเฮียใช้อายุประมาณ 1 ขวบ ได้ย้ายมาอยู่บ้านอู่ยา อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะนั้นมารดาประกอบอาชีพหาบของ แลกข้าวเปลือก ขายข้าวแกง ร้านกาแฟ และร้านขายของชำ เฮียใช้จบการศึกษาระดับชั้น ป.4 จากโรงเรียนบ้านลาดตานวล (โรงเรียนวัดอู่ยาในปัจจุบัน)

และเมื่อเฮียใช้เติบโตขึ้น ได้เข้ามาช่วยครอบครัวในการรับซื้อข้าวเปลือกและรับจ้างบรรทุกของ ในปี พ.ศ. 2540 ครอบครัวได้ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ จากรับซื้อข้าวเปลือกมาเป็นการรวบรวมเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อการค้าโดยมีลูก ๆ คอยช่วยดูแล เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ เรียนรู้ลองผิดลองถูก โดยการสร้างเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวมีกำลังการคัดได้ 6 ตันต่อวัน ด้วยงบประมาณ 350,000 บาท และนับได้ว่าเป็นเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวเครื่องแรกในภาคเอกชน ภายใต้เครื่องหมายการค้า เฮียใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว ตั้งแต่กระสอบแรกที่บรรจุ และพัฒนาระบบการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีความบริสุทธิ์สูงผ่านตามเกณฑ์ที่ พ.ร.บ. พันธุ์พืชกำหนด

ในปัจจุบันได้เข้าร่วมโครงการรับรองระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ ที่ทางกรมการข้าวร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และได้รับการรับรองระบบในปี 2558 จึงเห็นได้ว่ามีการใส่ใจในทุกขั้นตอนของการผลิต เพื่อให้ได้ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

โดยหัวใจหลักในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของเฮียใช้ คือการค้นหาเกษตรกรที่มีความขยัน ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบในหน้าที่มาเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ ในปัจจุบันมีครอบครัวชาวนาที่เข้าร่วมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 300 ครอบครัว โดยทุกแปลงทีมงานเฮียใช้จะเป็นผู้เพาะกล้าพร้อมปักดำให้กับสมาชิก เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีความบริสุทธิ์สูงไว้สำหรับบริการพี่น้องชาวนา

ความเป็นมา…นาเฮียใช้

    นาเฮียใช้ สร้างขึ้นจากความจงรักภักดีและสำนึกในคุณงามความดีของในหลวง พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชนคนไทย ก่อตั้งโดย คุณนิทัศน์ เจริญธรรมรักษา ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับชาวนาและข้าว ใช้ชีวิตภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร พร้อมเล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้และการทำนาอย่างถูกวิธี ซึ่งจะมีประโยชน์แก่ส่วนรวมและสมาชิกของสมาคม ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ให้บุคคลทั่วไปที่เห็นความสำคัญของข้าวและชาวนา อีกทั้งยังเป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวให้ผู้สนใจได้เข้าชม ซึ่งแต่ละโซนจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและความรู้เกี่ยวกับโซนต่าง ๆ อีกด้วย

ส่วนไฮไลท์ในการเข้าชมภายในศูนย์เรียนรู้คือการชมแปลงนาสวย ๆ ที่ปลูกให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ อาทิ แผนที่ประเทศไทย หรือการปลูกข้าวสีเขียวสลับกับต้นข้าวสีดำด้วยการแปลงเป็นอักษรรูปร่างต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ภายในศูนย์การเรียนรู้แบ่งพื้นที่เรียนรู้ออกเป็นหลายส่วน ได้แก่

79-2

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย – นาเฮียใช้

เรือนศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ

เรือนไทยที่สร้างด้วยความตั้งใจในการแสดงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงของแผ่นดิน ตัวเรือนไทย สร้างสรรค์ด้วยรูปแบบที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นพิเศษ ภายในมีการจัดแสดงพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ พระบรมฉายาลักษณ์ในพระราชกรณียกิจต่าง ๆ จัดแสดงพระบรมรูป และพระบรมสาทิสลักษณ์ราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 9 จัดแสดงพระบรมรูปพระบรมราชชนก พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบรมรูปสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 9 ช่วงพระชนมายุ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

นอกจากนั้นยังมีรูปบุคคลสำคัญ ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการพัฒนาวงการข้าวไทย และการสร้างศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ทั้งข้าราชการและประชาชนซึ่งเป็นบุคคลสำคัญยิ่งเรือนหลังนี้ ถือเป็นเรือนแห่งคุณค่าทางจิตใจซึ่งผู้เข้าชมสามารถเข้าถวายราชสักการะ แสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อพสกนิกรชาวไทย

79-3

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย – นาเฮียใช้

เรือนพระแม่โพสพ

ยลโฉม “องค์พระแม่โพสพ” ทำมาจากไม้สักที่แกะสลักอย่างประณีตงดงามโดยช่างแกะสลักฝีมือดีจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนได้องค์พระแม่โพสพที่งดงามสมสัดส่วน เป็นองค์พระแม่โพสพประคองรวงข้าวอันเป็นการสื่อความหมายถึงการทะนุถนอมประดุจแม่ประคองลูกอย่างอบอุ่น นัยเสมือนพระแม่โพสพประคองข้าว อันเป็นอาหารที่นำมาหล่อเลี้ยงชุบชีวิตให้มนุษย์เจริญเติบโต

ภายในเรือนยังมีรูปหล่อพระแม่โพสพในยุคต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระแม่โพสพ ที่หล่อในปี 2500 โดยได้จัดพิธีพุทธาภิเษกที่ท้องสนามหลวง โดยเรียกองค์พระแม่โพสพในยุคนี้ว่า “รุ่น 25 ศตวรรษ” จัดแสดงพระแม่โพสพและพิธีกรรมต่าง ๆ ครั้งในอดีตในช่วงการทำนา เพื่อให้ชาวนาและคนรุ่นหลังเข้าใจในวัฒนธรรมที่ได้สืบต่อกันมา และอนุรักษ์มิให้สูญหาย

เรือนหนังสือพระราชกรณียกิจและเรือนหนังสือข้าว

เรือนไทยทรงปั้นหยา จำลองรูปแบบให้เหมือนโรงเรียนในสมัยอดีต ภายในเรือนเก็บรวบรวมหนังสือพระราชกรณียกิจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือข้าวได้รับการอนุเคราะห์จากกรมการข้าวและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้การสนับสนุนหนังสือความรู้เรื่องการทำนา ปัญหาต่าง ๆ ของการทำนา ชนิดพันธุ์ข้าว และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่สามารถค้นคว้าได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้

● เรือนวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต

การก่อสร้างเรือนไทยด้วยความประณีตวิจิตรบรรจง การออกแบบที่คงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ด้วยรูปทรงประกอบด้วยเรือนไทย 3 หลัง คือ เรือนไทยหลังใหญ่ เรือนลูกซ้าย เรือนลูกขวา และครัวไฟ อันเป็นสถานที่ประกอบอาหารในอดีต เรือนวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต เป็นเรือนไทยยกพื้นสูง ใต้ถุนเป็นสถานที่จัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้ในอดีต เช่น อุปกรณ์หีบอ้อย ซึ่งรวบรวมไว้หลายแบบ แสดงถึงภูมิปัญญาไทยในการออกแบบเฟืองที่หลากหลาย

แสดงพาหนะในอดีตที่ใช้ในการเดินทางคือ เกวียน เป็นการออกแบบที่สวยงามมีศิลปะ และจัดแสดงเครื่องโม่แป้ง เครื่องบดยา ตลอดจนเปลเด็กแบบต่าง ๆ ต่อเนื่องจากเรือนไทยเชื่อมด้วยยุ้งเก็บข้าวที่จำลองแบบจากอดีตอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ได้มีการจัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เครื่องมือในการทำนา เครื่องมือในการดักจับปลา และเครื่องมือในการทำงานไม้ รวมทั้งคอกควายซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวนาไทยแต่ดั้งเดิม

หอเตือนภัยชาวนา

หอคอยสูง 3 ชั้น ความสูง 14.5 เมตร ก่อสร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง ออกแบบด้วยความประณีตเป็นเอกลักษณ์ มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักผู้เข้าชมจำนวนมากได้อย่างปลอดภัย หอเตือนภัยชาวนานี้เป็นจุดชมทัศนียภาพที่สวยงามอีกหนึ่งจุด สำหรับผู้เข้าชมสามารถมองทัศนียภาพรอบ ๆ ในมุมสูงได้อย่างงดงามสร้างความประทับใจแล้ว ยังมีการติดตั้งเครื่องขยายเสียงและสัญญาณเตือนภัยเพื่อให้ชาวนาระวังได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย

● ร้านโชห่วยหรือร้านขายของในอดีต

เป็นการจำลองรูปแบบของร้านค้าในอดีตซึ่งได้เก็บรวบรวมส่วนประกอบต่าง ๆ ของร้านค้าในอดีต ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางสินค้า โต๊ะและเก้าอี้ รวมทั้งสินค้าที่เคยจำหน่ายในครั้งอดีตซึ่งใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ลอตเตอรี่เก่าสมัยก่อน จึงนับได้ว่าจุดแสดงร้านโชห่วย หรือร้านขายของในอดีต จะเป็นจุดย้อนรำลึกถึงความหลัง สำหรับผู้เข้าชมที่มีวัยอยู่ในยุคสินค้าเหล่านั้น จัดวางจำหน่ายและแสดงให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้วิถีชีวิตไทยในอดีต ผ่านรูปแบบและชนิดสินค้าต่าง ๆ ที่จัดแสดง

● อุโมงค์โรค แมลง ข้าววัชพืช และวัชพืชข้าว

สิ่งที่ทำให้ชาวนาประสบความล้มเหลวในการทำนา ผลผลิตไม่ได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ นอกเหนือจากการเลือกใช้ชนิดพันธุ์ข้าวที่ไม่เหมาะสมกับสภาวะอากาศแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่มีความสำคัญ คือ โรค แมลง ข้าววัชพืชและวัชพืชข้าว จึงเป็นที่มาของการสร้างอุโมงค์ที่ให้ความรู้ วิธีการป้องกัน วิธีการแก้ไข ที่สามารถเข้าใจได้ง่ายของภัยต่าง ๆ เหล่านี้ โดยใช้ชื่อว่า อุโมงค์โรค แมลง ข้าววัชพืช และวัชพืชข้าว

ภายในอุโมงค์จะรวบรวมต้นข้าวที่ถูกการเข้าทำลายของโรค แมลง ศัตรูข้าว ลักษณะของต้นข้าววัชพืช และวัชพืชในนาข้าว ในรูปแบบตัวอย่างของจริงและภาพประกอบ เพื่อให้เกษตรกรสามารถวิเคราะห์ โรค แมลง รู้จักวิธีป้องกัน และแนวทางการแก้ไขที่ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ชาวนามีโอกาสประสบความสำเร็จในอาชีพทำนามากยิ่งขึ้น

79-4

นาเฮียใช้ สุพรรณบุรี ศูนย์ศึกษาเรียนรู้พันธุ์ข้าวที่น่าสนใจ
3,922อ่าน

1,708
นาเฮียใช้ สุพรรณบุรี
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย – นาเฮียใช้

นาเฮียใช้ หรือศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่รวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในวิถีของเกษตรกรที่ทรงคุณค่าให้ได้ศึกษาและเรียนรู้

ชวนไปท่องเที่ยวสัมผัสจิตวิญญาณของชาวนาไทย ควบคู่ไปกับการเรียนรู้วิถีชีวิตการเกษตร ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ นาเฮียใช้ พื้นที่เกษตรน่าเรียนรู้ขนาดใหญ่ ที่โดดเด่นน่าเข้าไปสัมผัสด้วยภาพแปลงนารูปสวยในมุมสูง ๆ เป็นจุดท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนจังหวัดสุพรรณบุรี แต่ก่อนจะไปเที่ยวชมที่นี่ลองไปทำความรู้จักกับข้อมูลที่เรานำมาฝากกันก่อนดีกว่าค่ะ
นาเฮียใช้ สุพรรณบุรี
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย – นาเฮียใช้

ก่อนจะมาเป็น…นาเฮียใช้

ในอดีตบิดา-มารดาของเฮียใช้มีพื้นเพเดิมมาจากหมู่บ้านเซ่งจิว ตำบลโคยหน่ำ อำเภอเก๊กเอี๊ย จังหวัดซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2468 เนื่องจากเกิดสภาวะฝนแล้งติดต่อกัน 3 ปี จึงได้ตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดโดยทางเรือ มาอาศัยอยู่ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) และย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่บ้านป่าสำดำ ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่ บ้านสะแกย่างหมู อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยอาศัยที่ดินของพ่อตู้ขุน แม่ตู้คำ กุณฑา

เมื่อเฮียใช้อายุประมาณ 1 ขวบ ได้ย้ายมาอยู่บ้านอู่ยา อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะนั้นมารดาประกอบอาชีพหาบของ แลกข้าวเปลือก ขายข้าวแกง ร้านกาแฟ และร้านขายของชำ เฮียใช้จบการศึกษาระดับชั้น ป.4 จากโรงเรียนบ้านลาดตานวล (โรงเรียนวัดอู่ยาในปัจจุบัน)

และเมื่อเฮียใช้เติบโตขึ้น ได้เข้ามาช่วยครอบครัวในการรับซื้อข้าวเปลือกและรับจ้างบรรทุกของ ในปี พ.ศ. 2540 ครอบครัวได้ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ จากรับซื้อข้าวเปลือกมาเป็นการรวบรวมเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อการค้าโดยมีลูก ๆ คอยช่วยดูแล เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ เรียนรู้ลองผิดลองถูก โดยการสร้างเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวมีกำลังการคัดได้ 6 ตันต่อวัน ด้วยงบประมาณ 350,000 บาท และนับได้ว่าเป็นเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวเครื่องแรกในภาคเอกชน ภายใต้เครื่องหมายการค้า เฮียใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว ตั้งแต่กระสอบแรกที่บรรจุ และพัฒนาระบบการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีความบริสุทธิ์สูงผ่านตามเกณฑ์ที่ พ.ร.บ. พันธุ์พืชกำหนด

ในปัจจุบันได้เข้าร่วมโครงการรับรองระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ ที่ทางกรมการข้าวร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และได้รับการรับรองระบบในปี 2558 จึงเห็นได้ว่ามีการใส่ใจในทุกขั้นตอนของการผลิต เพื่อให้ได้ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

โดยหัวใจหลักในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของเฮียใช้ คือการค้นหาเกษตรกรที่มีความขยัน ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบในหน้าที่มาเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ ในปัจจุบันมีครอบครัวชาวนาที่เข้าร่วมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 300 ครอบครัว โดยทุกแปลงทีมงานเฮียใช้จะเป็นผู้เพาะกล้าพร้อมปักดำให้กับสมาชิก เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีความบริสุทธิ์สูงไว้สำหรับบริการพี่น้องชาวนา

ความเป็นมา…นาเฮียใช้

นาเฮียใช้ สร้างขึ้นจากความจงรักภักดีและสำนึกในคุณงามความดีของในหลวง พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชนคนไทย ก่อตั้งโดย คุณนิทัศน์ เจริญธรรมรักษา ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับชาวนาและข้าว ใช้ชีวิตภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร พร้อมเล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้และการทำนาอย่างถูกวิธี ซึ่งจะมีประโยชน์แก่ส่วนรวมและสมาชิกของสมาคม ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ให้บุคคลทั่วไปที่เห็นความสำคัญของข้าวและชาวนา อีกทั้งยังเป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวให้ผู้สนใจได้เข้าชม ซึ่งแต่ละโซนจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและความรู้เกี่ยวกับโซนต่าง ๆ อีกด้วย

ส่วนไฮไลท์ในการเข้าชมภายในศูนย์เรียนรู้คือการชมแปลงนาสวย ๆ ที่ปลูกให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ อาทิ แผนที่ประเทศไทย หรือการปลูกข้าวสีเขียวสลับกับต้นข้าวสีดำด้วยการแปลงเป็นอักษรรูปร่างต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ภายในศูนย์การเรียนรู้แบ่งพื้นที่เรียนรู้ออกเป็นหลายส่วน ได้แก่

นาเฮียใช้ สุพรรณบุรี
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย – นาเฮียใช้

เรือนศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ

เรือนไทยที่สร้างด้วยความตั้งใจในการแสดงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงของแผ่นดิน ตัวเรือนไทย สร้างสรรค์ด้วยรูปแบบที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นพิเศษ ภายในมีการจัดแสดงพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ พระบรมฉายาลักษณ์ในพระราชกรณียกิจต่าง ๆ จัดแสดงพระบรมรูป และพระบรมสาทิสลักษณ์ราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 9 จัดแสดงพระบรมรูปพระบรมราชชนก พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบรมรูปสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 9 ช่วงพระชนมายุ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

นอกจากนั้นยังมีรูปบุคคลสำคัญ ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการพัฒนาวงการข้าวไทย และการสร้างศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ทั้งข้าราชการและประชาชนซึ่งเป็นบุคคลสำคัญยิ่งเรือนหลังนี้ ถือเป็นเรือนแห่งคุณค่าทางจิตใจซึ่งผู้เข้าชมสามารถเข้าถวายราชสักการะ แสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อพสกนิกรชาวไทย

นาเฮียใช้ สุพรรณบุรี
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย – นาเฮียใช้

● เรือนพระแม่โพสพ

ยลโฉม “องค์พระแม่โพสพ” ทำมาจากไม้สักที่แกะสลักอย่างประณีตงดงามโดยช่างแกะสลักฝีมือดีจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนได้องค์พระแม่โพสพที่งดงามสมสัดส่วน เป็นองค์พระแม่โพสพประคองรวงข้าวอันเป็นการสื่อความหมายถึงการทะนุถนอมประดุจแม่ประคองลูกอย่างอบอุ่น นัยเสมือนพระแม่โพสพประคองข้าว อันเป็นอาหารที่นำมาหล่อเลี้ยงชุบชีวิตให้มนุษย์เจริญเติบโต

ภายในเรือนยังมีรูปหล่อพระแม่โพสพในยุคต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระแม่โพสพ ที่หล่อในปี 2500 โดยได้จัดพิธีพุทธาภิเษกที่ท้องสนามหลวง โดยเรียกองค์พระแม่โพสพในยุคนี้ว่า “รุ่น 25 ศตวรรษ” จัดแสดงพระแม่โพสพและพิธีกรรมต่าง ๆ ครั้งในอดีตในช่วงการทำนา เพื่อให้ชาวนาและคนรุ่นหลังเข้าใจในวัฒนธรรมที่ได้สืบต่อกันมา และอนุรักษ์มิให้สูญหาย

● เรือนหนังสือพระราชกรณียกิจและเรือนหนังสือข้าว

เรือนไทยทรงปั้นหยา จำลองรูปแบบให้เหมือนโรงเรียนในสมัยอดีต ภายในเรือนเก็บรวบรวมหนังสือพระราชกรณียกิจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือข้าวได้รับการอนุเคราะห์จากกรมการข้าวและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้การสนับสนุนหนังสือความรู้เรื่องการทำนา ปัญหาต่าง ๆ ของการทำนา ชนิดพันธุ์ข้าว และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่สามารถค้นคว้าได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้

● เรือนวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต

การก่อสร้างเรือนไทยด้วยความประณีตวิจิตรบรรจง การออกแบบที่คงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ด้วยรูปทรงประกอบด้วยเรือนไทย 3 หลัง คือ เรือนไทยหลังใหญ่ เรือนลูกซ้าย เรือนลูกขวา และครัวไฟ อันเป็นสถานที่ประกอบอาหารในอดีต เรือนวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต เป็นเรือนไทยยกพื้นสูง ใต้ถุนเป็นสถานที่จัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้ในอดีต เช่น อุปกรณ์หีบอ้อย ซึ่งรวบรวมไว้หลายแบบ แสดงถึงภูมิปัญญาไทยในการออกแบบเฟืองที่หลากหลาย

แสดงพาหนะในอดีตที่ใช้ในการเดินทางคือ เกวียน เป็นการออกแบบที่สวยงามมีศิลปะ และจัดแสดงเครื่องโม่แป้ง เครื่องบดยา ตลอดจนเปลเด็กแบบต่าง ๆ ต่อเนื่องจากเรือนไทยเชื่อมด้วยยุ้งเก็บข้าวที่จำลองแบบจากอดีตอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ได้มีการจัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เครื่องมือในการทำนา เครื่องมือในการดักจับปลา และเครื่องมือในการทำงานไม้ รวมทั้งคอกควายซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวนาไทยแต่ดั้งเดิม

● หอเตือนภัยชาวนา

หอคอยสูง 3 ชั้น ความสูง 14.5 เมตร ก่อสร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง ออกแบบด้วยความประณีตเป็นเอกลักษณ์ มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักผู้เข้าชมจำนวนมากได้อย่างปลอดภัย หอเตือนภัยชาวนานี้เป็นจุดชมทัศนียภาพที่สวยงามอีกหนึ่งจุด สำหรับผู้เข้าชมสามารถมองทัศนียภาพรอบ ๆ ในมุมสูงได้อย่างงดงามสร้างความประทับใจแล้ว ยังมีการติดตั้งเครื่องขยายเสียงและสัญญาณเตือนภัยเพื่อให้ชาวนาระวังได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย

● ร้านโชห่วยหรือร้านขายของในอดีต

เป็นการจำลองรูปแบบของร้านค้าในอดีตซึ่งได้เก็บรวบรวมส่วนประกอบต่าง ๆ ของร้านค้าในอดีต ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางสินค้า โต๊ะและเก้าอี้ รวมทั้งสินค้าที่เคยจำหน่ายในครั้งอดีตซึ่งใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ลอตเตอรี่เก่าสมัยก่อน จึงนับได้ว่าจุดแสดงร้านโชห่วย หรือร้านขายของในอดีต จะเป็นจุดย้อนรำลึกถึงความหลัง สำหรับผู้เข้าชมที่มีวัยอยู่ในยุคสินค้าเหล่านั้น จัดวางจำหน่ายและแสดงให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้วิถีชีวิตไทยในอดีต ผ่านรูปแบบและชนิดสินค้าต่าง ๆ ที่จัดแสดง

● อุโมงค์โรค แมลง ข้าววัชพืช และวัชพืชข้าว

สิ่งที่ทำให้ชาวนาประสบความล้มเหลวในการทำนา ผลผลิตไม่ได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ นอกเหนือจากการเลือกใช้ชนิดพันธุ์ข้าวที่ไม่เหมาะสมกับสภาวะอากาศแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่มีความสำคัญ คือ โรค แมลง ข้าววัชพืชและวัชพืชข้าว จึงเป็นที่มาของการสร้างอุโมงค์ที่ให้ความรู้ วิธีการป้องกัน วิธีการแก้ไข ที่สามารถเข้าใจได้ง่ายของภัยต่าง ๆ เหล่านี้ โดยใช้ชื่อว่า อุโมงค์โรค แมลง ข้าววัชพืช และวัชพืชข้าว

ภายในอุโมงค์จะรวบรวมต้นข้าวที่ถูกการเข้าทำลายของโรค แมลง ศัตรูข้าว ลักษณะของต้นข้าววัชพืช และวัชพืชในนาข้าว ในรูปแบบตัวอย่างของจริงและภาพประกอบ เพื่อให้เกษตรกรสามารถวิเคราะห์ โรค แมลง รู้จักวิธีป้องกัน และแนวทางการแก้ไขที่ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ชาวนามีโอกาสประสบความสำเร็จในอาชีพทำนามากยิ่งขึ้น

นาเฮียใช้ สุพรรณบุรี

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : http://travel.kapook.com/view154272.html

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เที่ยวนาเฮียใช้ จ.สุพรรณบุรี ศึกษาพันธุ์ข้าว สัมผัสวิถีเกษตร